วันพุธที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การขาดสมดุลอุทกสถิต


ปัญหาขาดแคลนน้ำของเกษตรกรกำกลังเป็นปัญหาวิกิตของชาติที่ทุกฝ่ายควรมาร่วมมือแก้ปัญหา อย่างน้อย ๆ ก้บรรเทาได้บ้าง และร่วมกันวางแผนเผื่ออนาคต หรือที่เรียกว่า แผนแห่งการสร้างความยั่งยืน ผมได้ลงมือนำนาประมาณ 10 ปี ถือว่าประสบการณ์นาลุมน้ำมูล ได้พบปัญหาในแต่ละปีแตกต่างกันในรายละเอียดโยสิ้นเชิง แต่ปัญหารวม ๆ จะอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผม(นายยินดี) ได้ปรับพื้นที่นาแต่ละแปลงมีบ่อน้ำเล็ก ๆ ขนาดกินพื้นที่ ประมาณ ๕ - ๑๐ % เพื่อเก็บกักน้ำ ตลอดจนเป็นบ่อปลาที่ได้ประโยชน์หลังฤดูการเก็บเกี่ยว ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๓ จนถึง ๒๕๕๓ ได้ใช้ประโยชน์ตรงในการสูบน้ำเพื่อเลียงต้นข้าว ๔ ครั้ง ปีที่ได้ใช้งานจริง ๒๕๔๓ สภาพบ่อใหม่และพร้อมใช้ ๒๕๔๕ น้ำท่วม ๒๕๔๖-๒๕๔๗ ได้ใช้แต่ไม่เพียงพอ ๒๕๔๘-๒๕๕๐ น้ำท่วม ๒๕๕๑-๒๕๕๒ ได้ใช้งานเต็มที่ โดยใช้งบประมาณในการขุดบ่อ รวม ๒๔๖,๐๐๐ บาท(งบประมาณจากรัฐสนับสนุน ๑๕๐,๐๐๐ บาท และงบส่วนตัว) รวม ๕ บ่อ และมีแผนขุดลอกเพิ่มอีก ๓ บ่อ นอกจากนี้แล้วยังได้งบประมาณเป็นค่าชดเชยอุทกภัยในแต่ละปีสำหรับบ่อเลี้ยงปลาของรัฐแตกต่างกันในแต่ละปี

การได้รับเงินชดเชยดังกล่าวจากรัฐหลาย ๆ อย่างรวมกันแก่เกษตรกร มากพอสมควร ผมสวมบททั้งข้าราชการครูและชาวนายังรับรู้ว่าชาวนานั้นได้รับการช่วยเหลือเงินมาโดยตลอด เหตุผลที่ชาวนาจนผมทราบดี ถ้าชาวนาที่แท้จริงมักจะร่ำรวยเสมอ

การจัดการน้ำที่ได้พึ่งตนเองด้วยบ่อก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาน้ำในระยะยาวได้เนื่องจาก ปริมาณน้ำที่มากในแต่ละปี และที่น้อยจนขาดแคลนบางปี จำเป็นต้องใช้พื้นที่ในการเก็บกักน้ำมากเช่นเดียวกัน ถ้าหากรัฐบาลหันความสมใจและตระหนักความสำคัญของสมดุลน้ำใต้ดิน การรักษาความชุ่มชื้นของดิน มีค่ามากกว่าแอ่งน้ำบนผิวดิน เนื่องจากปัจจัยเสียงของน้ำท่วมเกือบจะไม่มี การเติมน้ำลงสู่ใต้ดิน จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม เมื่อนำน้ำใต้ดินไปใช้มาก ๆ ปัญหาน้ำใต้ดินขาดแล้ว ยังก่อให้เกิดปัญหาแอ่งน้ำใต้ดินมีขนาดลดลง เพราะดินทรุดลง อย่าง ช้า ๆ หรือไม่ก็เกิดแอ่ง หลุ่ม ลึก โดยไม่ทราบสาเหตุ

ผู้ที่มีความรู้และสนใจเขื่อใต้ดินเรายังล้าหลัง แม้กระทั่งประเทศเล็ก อย่างสิงคโปร์ ยังมีเขื่อน้ำจืดใต้ทะเลที่มีปริมาณเลี้ยงดูประชากรเขาได้เกือบสิบปี คงไม่ยากน่ะที่นักการเมืองจะเปิดใจ อย่าคิดแต่ว่าทำสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา ก็มักจะคอรัปชั้นกัน อย่างเช่นกรรณีขุดเจาะบ่อบาดาลที่ใช้การไม่ได้มากกว่าร้อยละ ๖๐ เนื่องจากเราขาดข้อมูลที่แท้จริงทางธรณีวิทยานั่นเอง

ปัญหาการขาดแคลนของแหล่งน้ำใต้ดิน เนื่องจากการใช้ในปริมาณที่มาก เกินไป การเติมน้ำเข้าไปรัฐกับให้ใช้ระบบธรรมชาติ มนุษย์ดึงน้ำออกไปใช้ แต่ปล่อยให้ธรรมเป็นผู้เติมน้ำสู่แงใต้ดิน หรือน้ำใต้ดิน การขาดดุลที่ไม่เป็นธรรม

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เลือนทำนาปี เลื่อนการเกี่ยวข้าวนาปี ชาวนาทำใจได้จริง?

ภาวะการขาดแคลนน้ำเนื่องจากฝนทิ้งช่วงมานานกว่า 60 วัน ทำให้ข้าวหอมมะลิของชานาบ้านขี้เหล็ก หมู่ 6 ตำบลแก อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เริ่มที่จะแห้ง เหี่ยวฉาตาย แตกต่างกันตามลักษณะภูมิศาสตร์ สูงต่ำ การซึมซับน้ำ หรือบริเวรณร่องน้ำใต้ดิน
คำว่าร่องน้ำใต้ดินถามชาวบ้าน ตอบได้เลยว่าไม่รู้จัก เขารู้จักเพียงแต่แหล่งน้ำบาดาล ชาวบ้านมักสังสัยว่า น้ำใต้ดินมันไหลเป็นด้วยหรือ ?
ความรู้วิทยาศาสตร์ของชาวบ้านยังไม่ถึง แต่สามารถทราบได้จากภูมิปัญญาเก่าแก่ถึงแหล่งน้ำซับ ซึ่งแหล่งน้ำซับดังกล่าวก้น่าจะไหลมาจากที่สูงแห่งใกแห่งหนึ่งนั่นเอง แหล่งน้ำที่เก็บในที่สูงมีอยู่ที่ใด...
ชาวบ้านบ้างก็ตอบ อยู่บนฟ้า บ้างก็ตอบอยู่บนภูเขา ความสามารถเท่ากับนักเรียนชั้น ป๔ ตอบ สบายมาก แต่ชาวบ้านที่มีมุมมองทางการเมืองตอบเสียงเดียวกันว่า น้ำอยู่บนรัฐบาล ผมงง...
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาภัยแล้งมาจากการจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล(ข้อสรุปที่ฟังและจับประเด็นได้) คำว่าไม่มีประสิทธิภาพ คือ รุกพื้นที่ป่า ออกกเอกสารสิทธิ์เร่งด่วนบางพื้นที่ ถมคูคลองเพื่อสร้างแหล่งโรงงาน สุรินทร์อินทรียอุตสาหกรรม เป็นคำที่เข้ากันได้ ในสุรินทร์ แหล่งน้ำไม่ได้เพิ่มจุดที่สำคัญ ไม่ศึกษาแหล่งน้ำดังเดิม ขุดลอกบริเวณที่คอรับชั่นได้ง่ายเท่านั้น... ซึ่งอื่น ๆ เขียนบรรยายได้ยาก เป็นภาษาพื้นบ้าน
การซ้ำเติมปัญหาด้วยการหันเห หรือลดละเลิกการทำนาระยะสั้น ด้วยการเลื่อนการทำนาปี เป็นสิ่งที่ยากกว่าการทำนาปรัง เพราะพันธุ์ข้าวที่เป็นพันธุ์ไวแสง จะสุกงอมตามวันเวลาที่เป็นฤดูกาลเท่านั้น จึงเรียกว่านาปี ปลูกข้าวมกราคม หรือเดือน สิงหาคม ข้าวก็ออกรวงสุกงอม เดือนพฤศจิกายนเท่ากัน ข้าวสาว ข้าวแก่ ข้าวเด็ก ออกรวงก็มีคุณภาพแตกต่างกัน
๑.การแก้ปัญการะยะสั้นเร่งด่วนที่สุดที่น่าจะทำได้จริงในเวลานี้ เริ่มสร้างแอ่งเก็บน้ำขนาดเล็ก ถึงกลาง เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่คาดว่าอาจจะมาในเวลาไม่ช้านี้
๒.ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการน้ำที่มีอยู่จำกับให้เหมาะสมกับชนิดของพันธุ์พืช
๓.ส่งถ่ายแหล่งน้ำด้วยระบบชลประทานแบบเปิด และระบบปิด
๔.เสริมเทคโนโลยีการควบคุมน้ำ
๕.วิจัยแหล่งน้ำ ทั้งบนดิน ใต้ดิน และอากาศอย่างเป็นระบบ
ระยะยาว
๑.สร้างความรู้ที่ยังยืนในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบตั้งแต่ในระบบโรงเรียน ชุมชน ตลอดจนชาติเพื่อบ้าน
๒.วิจัยอย่างต่อเนื่อง
๓.กำหนดแผนการจัดการน้ำร่วมกันทุกฝ่ายชุมชน ตลอดจนชาติเพื่อบ้านชุมชน ตลอดจนชาติเพื่อบ้าน
๔.กำหนดหรือแผนการผลิตพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ที่ยั่งยืน
เมื่อปัญหาเกิดแล้ว สิ่งที่คนไทยช่วยกันได้อย่างดีที่สุด คือ เต็มใจรับสภาพ และหันมาร่วมมือช่วยกันแก้ปัญหา ถึงแม้การแก้ปัญหาเฉพาะนั้นจะเป็นได้น้อยหรือมากก็ตาม มิตรภาพดีต่อกัน คือน้ำที่ไม่เคยแล้งจากเมืองไทย

วันพุธที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ช่วงหว่านข้าว


บ้านขี้เหล็ก หมู่ 6 ตำบลแก เริ่มได้เวลาหว่านข้าวหอมมะลิสุรินทร์ ข้าว กข 105 ในระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 - 7 มิถุนายน 2553 เกษตรกรบางคนก็ใช้การหว่านข้าวแห้ง นาที่ลุมก็หว่านแบบข้าวแช่ แตกต่างกันไม่มาก ชาวบ้านเนื้อที่ประมาณ 1560 ไร่ พร้อมพื้นที่ใกล้เคียง นิยมใช้วิธีหวานแล้วปั่นด้วยเครื่องจักจอบหมุนติดแทรกเตอร์ ข้าวงอกขึ้นสวยงามมาก ชาวนาอ่นใจ

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไฟไหม้ฟาง

ถึงช่วงฤดูกาลปรับพื้นที่นา เพื่อเตรียมแปลงให้เหมาะแก่การเพาะปลูก จำเป็นต้องมีการไถกลบฟาง
แต่เจ้าฟางที่ถูกทิ้งร้างข้ามปีฤดูกาล กำลังก่อปัญหา ฝุ่น ควัน ฟุ้ง ลุก ลาม ไปเป็นปัญหาอื่น ๆ ตามมาเช่น
อุบัติเหตุตามท้องถนน แค่ควัน... ทำคนตายมาเป็นร้อย ๆ
ช่วยหาทางทำให้ฟางมีมูลค่าหน่อย ถ้ามีคนสนใจ ฟางเส้นเดียวก็ไม่หลงเหลือแน่ อย่าปล่อยให้แต่เจ้าทุยเท่านั้นที่เห็นค่า เราเป็นมนุษย์ที่ฉลาด คงช่วยได้
ปัญหาแบบไฟไหม้ฟางก็จะหมดไป

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

บทบาทใต้เบื้องพระยุคลบาทของชนชาวไทย

การได้มีโอกาสทำนา ปลูกข้าวเป้นความสุขอย่างหนึ่งที่ได้มีโอกาสให้ เช่นเดียวกับข้าวที่เป็นผุ้ให้ จึงได้ชื่อว่า พระคุรแม่แห่งข้าว หรือที่เรียกขานว่า พระแม่โพสพ คือ เทวดาแห่งพืชพรรณธัญหาญทั้งปวง พระคุณที่ขึ้นด้วยคำว่าแม่ จึงยิ่งใหญ่
เราคนไทยมีความโชคดี ยิ่ง เมื่อประมุขของประเทศ อย่างองค์ประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีสายพระเนตรที่ยั่งยืนและให้ความสำคัญของน้ำ แม่แห่งน้ำบ่อเกิดแม่แห่งข้าวเช่นเดียวกัน เราคนไทยมีความภูมิใจยิ่ง ในความอัฉริยภาพของพระองค์ท่าน
ขอพระองค์ทรงพระจเริญยิ่งยืนนาน

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ความรู้เบื้องต้นสำหรับข้าวที่ตั้งท้องและออกรวง





ลักษณะทั่วไปของข้าว





ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับข้าวหอมมะลิ
ข้าว เป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้าที่สามารถกินเมล็ดได้ ถือเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเช่นเดียวกับหญ้า ต้นข้าวมีลักษณะภายนอกบางอย่าง เช่น ใบ กาบใบ ลำต้น และรากคล้ายต้นหญ้า ในประเทศไทย ข้าวหอมมะลิมีสายพันธุ์ในประเทศและเป็นที่นิยมไปทั่วโลก



ภาพ 1 ลักษณะทั่วไปของข้าว
ข้าวที่นิยมบริโภคมีอยู่ 2 สปีชีส์ใหญ่ๆ คือ
Oryza glaberrima ปลูกเฉพาะในเขตร้อนของแอฟริกาเท่านั้น Oryza sativa ปลูกทั่วไปทุกประเทศ ข้าวชนิด Oryza sativa ยัง แยกออกได้เป็น
1.1. indica มีปลูกมากในเขตร้อน
1.2. japonica มีปลูกมากในเขตอบอุ่น
1.3. Javanica
ข้าวที่ปลูกในประเทศไทยเป็นพวก Indica ซึ่งแบ่งออกเป็นข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากนี้ ข้าวยังได้ถูกมนุษย์คัดสรรและปรับปรุงพันธุ์มาโดยตลอดตั้งแต่มีประวัติศาสตร์การเพาะปลูก ข้าวในปัจจุบัน จึงมีหลายหลายพันธุ์ทั่วโลกที่ให้รสชาติและประโยชน์ใช้สอยต่างกันไป พันธุ์ข้าวที่มีชื่อเสียงระดับโลกของไทย คือ ข้าวหอมมะลิ



การจำแนกทางวิทยาศาสตร์
ข้าวหอมมะลิมีชื่อวิทยาศาสตร์ Oryza sativa สามารถจำแนกทางวิทยาศาสตร์ดังนี้




อาณาจักร
Plantae
ส่วน
Magnoliophyta
ชั้น
Liliopsida

อันดับ
Poales
วงศ์
Poaceae
สกุล
Oryza

ลักษณะทั่วไป
ลักษณะที่สำคัญของข้าวแบ่งออกได้เป็นลักษณะที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต และลักษณะที่เกี่ยวกับการขยายพันธุ์ ดังนี้
ลักษณะที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต
ลักษณะที่มีความสัมพันธุ์กับการเจริญเติบโตของต้นข้าว ได้แก่ ราก ลำต้น และใบ
1. ราก รากเป็นส่วนที่อยู่ใต้ผิวดิน ใช้ยึดลำต้นกับดินเพื่อไม่ให้ต้นล้ม แต่บางครั้งก็มีรากพิเศษเกิดขึ้นที่ข้อซึ่งอยู่เหนือพื้นดินด้วย ต้นข้าวไม่มีรากแก้ว แต่มีรากฝอยแตกแขนงกระจายแตกแขนงอยู่ใต้ผิวดิน
2. ลำต้น มีลักษณะเป็นโพรงตรงกลางและแบ่งออกเป็นปล้องๆ โดยมีข้อกั้นระหว่างปล้อง ความยาวของปล้องนั้นแตกต่างกัน จำนวนปล้องจะเท่ากับจำนวนใบของต้นข้าว ปกติมีประมาณ 20-25 ปล้อง ใบ ต้นข้าวมีใบไว้สำหรับสังเคราะห์แสง เพื่อเปลี่ยนแร่ธาตุ อาหาร น้ำ และคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นแป้ง เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและ สร้างเมล็ดของต้นข้าว ใบประกอบด้วย กาบใบและแผ่นใบ



ลักษณะที่เกี่ยวกับการขยายพันธุ์
ต้นข้าวขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดซึ่งเกิดจากการผสมระหว่างเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมีย ลักษณะที่สำคัญเกี่ยวกับการ ขยายพันธุ์ ได้แก่ รวง ดอกข้าวและเมล็ดข้าว
1. รวง รวงข้าว (panicle) หมายถึง ช่อดอกของข้าว (inflorescence) ซึ่งเกิดขึ้นที่ข้อของปล้องอันสุดท้ายของต้นข้าว ระยะระหว่างข้ออันบนของปล้องอันสุดท้ายกับข้อต่อของใบธง เรียกว่า คอรวง
2. ดอกข้าว หมายถึง ส่วนที่เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียสำหรับผสมพันธุ์ ดอกข้าวประกอบด้วยเปลือกนอกใหญ่สองแผ่นประสานกัน เพื่อห่อ หุ้มส่วนที่อยู่ภายในไว้ เปลือกนอกใหญ่แผ่นนอก เรียกว่า เลมมา (lemma) ส่วนเปลือกนอกใหญ่แผ่นใน เรียกว่า พาเลีย (palea) ทั้งสองเปลือกนี้ ภายนอกของมันอาจมีขนหรือไม่มีขนก็ได้
3. เมล็ดข้าว หมายถึง ส่วนที่เป็นแป้งที่เรียกว่า เอ็นโดสเปิร์ม (endosperm) และส่วนที่เป็นคัพภะ ซึ่งห่อหุ้มไว้โดยเปลือกนอกใหญ่สองแผ่น เอ็นโดสเปิร์มเป็นแป้งที่เราบริโภค คัพภะเป็นส่วนที่มีชีวิตและงอกออกมาเป็นต้นข้าวเมื่อเอาไปเพาะ
ภาพ 3 ต้นข้าวที่กำลังออกรวง
ประเภทของข้าว
แบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ข้าวเจ้า และ ข้าวเหนียว ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันเกือบทุกอย่างแต่ต่างกันตรงที่เนื้อแข็งในเมล็ด
1. เมล็ดข้าวเจ้าประกอบด้วยแป้งอมิโลส (Amylose) ประมาณร้อยละ 15-30
2. เมล็ดข้าวเหนียวประกอบด้วยแป้งอมิโลเพคติน (Amylopectin) เป็นส่วนใหญ่และมีแป้งอมิโลส (Amylose) ประมาณร้อยละ 5-7



เครืองจักรที่นายยินดีใช้


รถเกี่ยวนวด ขนาดหน้ากว้าง 2000 cm จำนวน จำนวนใบตัด 24 ใบ ตู้นวด ขนาด 4 ฟุต ลูกนวด เส้นผ่าศูนย์กลาง๒๒ นิ้ว วงตีใน ๑๔ นิ้ว เครื่องยนต์ ๓๐๐๐ ซีซี ๖๕ แรงม้าที่ ๒๒๐๐ รอบต่อนาที แรงบิด NA น้ำหนัก ๒,๘๖๐ กิโลกรัม

ข้อมูลเบื้องต้น